::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
มิถุนายน 19, 2013, 04:32:15 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ประกาศแจ้งทางเว็บไซต์ธรรมะคิด โดนไวรัสทำให้ข้อมูลบางส่วนในปี 55 หายไป ตอนนี้ทางทีมงานสามารถกู้ได้เท่านี้ ขออภัยด้วยนะครับ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จักระ ประตูพลัง สู่กายทิพย์  (อ่าน 10414 ครั้ง)
จิตทิพย์์
« เมื่อ: เมษายน 04, 2009, 02:53:06 PM »

ระดับปฐมจักระประวัติผู้ค้นพบและการเผยแพร่วิชา

เชื่อว่า พลังกายทิพย์เป็นที่รู้จักและนิยมใช้ในสมัยโบราณ ใน Atlantis ซึ่งเคยเป็นเมืองสงบ ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่เจ็บป่วย เพราะรู้จักการนำพลังกายทิพย์มาใช้ มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ต่อมามนุษย์มีกิเลสมากขึ้น เกิดความเดือดร้อน เทพ Zeus ดูแลมนุษย์ จึงทำให้เกาะ Atlantis จมหายไป มีบางคนหนีรอดไปทวีปอเมริกาบ้าง และประเทศทางตะวันออกบ้าง ประมาณ 5,000 ปี ก่อนคริสต์กาล พบว่า ปฐมปรมาจารย์โซเซอร์ ผู้ค้นพบการรักษาโรคด้วยพลังกายทิพย์ มีอักษรบันทึกการฝึกวิชาพลังกายทิพย์ และ ภาพการถ่ายพลังให้ผู้อื่น ที่ The great pyramid ประเทศอียิปต์ จึงเชื่อว่าปิรามิดเป็นที่สะสมพลังกายทิพย์ ไม่ใช่แค่หลุมฝังศพ รอบๆปิรามิดมีสถาบัน แอสตรารา (Astrara) เป็นที่สอนเรื่องพลังกายทิพย์ ที่โบสถ์โซเฟีย มีภาพแสดงจักระ 7 แห่ง บนร่างกายมนุษย์


ค.ศ.1846 (พ.ศ.2389) หลวงปู่ดาสิรา นาราดา ที่ วัดวชิระมายา โคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เป็นผู้หนึ่งที่อ่านบันทึกที่ The great pyramid ได้ฝึกหัดพลังกายทิพย์และเผยแพร่วิชานี้ ต่อมามีศิษย์เป็นชาวอเมริกัน Professor Dr.C.W. Leadbeater ติดตามหลวงปู่ ใน ค.ศ.1895 จึงได้เขียนเป็นตำรา “The Chakras” และ ได้จัดตั้ง สถาบันแอสตรารา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา




พลตรีหลวงสุวิชานแพทย์ (อั๋น สุวรรณภาณุ) ชาตะ 10 กุมภาพันธ์ 2435 มรณะ 22 มกราคม 2522 สำเร็จการศึกษา จาก โรงเรียนวัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร โรงเรียนสวนกุหลาบ และ พ.ศ.2455 สอบไล่ได้ประโยคแพทย์ตามหลักสูตรกระทรวงธรรมการ รุ่นที่ 20 จากโรงเรียนราชแพทยาลัยศิริราช พ.ศ.2456 บวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ณ วัดราชบูรณวรราชมหาวิหาร ธุดงค์ไปที่ประเทศศรีลังกา ได้สมัครเป็นศิษย์หลวงปู่ดาสิรา นาราดา เพื่อศึกษาพลังกายทิพย์และได้นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย โดยลาอุปสมบท และ เข้ารับราชการเป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลศิริราช ตำแหน่งสุดท้ายเป็น นายแพทย์ใหญ่ทหารเรือ ยศพลเรือตรี 20 มกราคม พ.ศ.2479 - 22 พฤษภาคม พ.ศ.2480 เดินทางไปราชการต่างประเทศ ได้ไปที่ประเทศอียิปต์ รับความรู้เพิ่มเติมเรื่องกายทิพย์และพลังคอสมิก ท่านบำเพ็ญแต่คุณประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์มากมาย ท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์ มีอำนาจจิต เป็นที่นับถือของคนทั่วไป ท่านเคยทำนายไว้ว่า อีก 40 ปี ประเทศไทยจะประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่สุด แต่จะฟื้นขึ้นมาได้ และ อีก 50 ปี ประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลก (ประมาณ พ.ศ.2550) ท่านเป็นผู้บอกว่า โรงแรมเอราวัณ (ช้างสามเศียร) นำชื่อเทวดามาตั้งชื่อ โดยไม่ขออนุญาต ทำให้ไม่เจริญ ต่อมาท่านจึงแนะนำให้สร้างพระนอน และ พระศรีมหาพรหม ที่สี่แยก มีคนมาสักการะบูชามากมาย และมีความเจริญรุ่งเรือง
 
 


ประวัติคุณย่าเยาวเรศ บุนนาค

เมื่อคุณย่าประสบปัญหาการค้าขาดทุน คิดว่า เครื่องดับเพลิงน่าจะเป็นสินค้าที่มีผู้นิยมซื้อไว้ประจำบ้าน เพื่อดับไฟได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดไฟไหม้ จึงสั่งสินค้ามาจากประเทศออสเตรเลียจำนวนมาก ปรากฏว่าจำหน่ายไม่ได้ ติดหนี้ธนาคาร กำลังจะถูกฟ้อง เครียดมาก ได้ไปพบกับ หลวงสุวิชานแพทย์ เมื่อพบกันครั้งแรกท่านก็กล่าวว่า มาแล้วคนที่ท่านกำลังรอคอย ท่านเป็นผู้ที่ทำนายว่าหนี้สินจะหมดไปแล้ว ท่านได้สอนวิชาพลังกายทิพย์ให้ และ แนะนำว่าเมื่อหมดภาระหนี้สินแล้วมีเวลาให้ไปศึกษาและฝึกหัดพลังกายทิพย์เพื่อช่วยเพื่อนมนุษย์ต่อไป

ต่อมาคุณย่าได้ไปศึกษาต่อที่ สถาบันแอสตารา ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ Dr.Robert Chaney และ Dr.Earlyne Chaney เป็นสามีภรรยากัน ท่านได้เชิญชวนคนไทย 16 คน เดินทางไปพร้อมกับ ศิษย์สถาบันแอสตาราทั่วโลกอีก 103 คน รวมเป็น 119 คน เดินทางไปประเทศอียิปต์เพื่อศึกษาพลังกายทิพย์จากที่ต่างๆ ไปพักที่โรงแรมลอยน้ำใกล้กับวิหารไอซิส เวลาบ่าย 3 โมง ทุกวัน นกมาพร้อมกัน เหมือนลอยมา ไม่ใช่บินมา เพราะไม่ต้องกระพือบีก ประมาณ 10 นาที เพื่อดูดซับพลังสีแดงจากใต้ดิน แล้วก็บินกลับไป เชื่อว่าเป็นพลังที่กระตุ้นจักระที่ 1 เดินทางต่อไปที่ วิหารเฮอร์ลัส (นกเหยี่ยว), สฟิงส์ (แพะ), เทพีอาเธอร์ (แหล่งน้ำศักดิ์สิทธ์ และในห้องมีที่นอนเป็นพลอยอัด), Sacchara step pyramid (มี 6 ชั้น มีบันไดขึ้นไปคารวะสุริยเทพ ซึ่งดวงอาทิตย์มีกำลัง 6 รอบ), pyramid (ซึ่งขุดจากใต้ดิน) และ The great pyramid (เหมือนผอบ มีบันได 150 ขั้น เข้าไปใน King chamber เป็นรูปกรวยเป็นที่ดูดซับพลัง พื้นห้องเป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ กว้าง x ยาว = 13x13 ตารางเมตร สูงจากพื้นดิน 120 เมตร น่าอัศจรรย์ว่ายกแผ่นหินขนาดใหญ่ขึ้นไปตั้งได้อย่างไร ? เชื่อว่าใช้พลังกายทิพย์ยกขึ้นไป ประเทศสหรัฐอเมริกานำรูป Thomas Jefferson, Benjamin Franklin, The great pyramid และ King chamber มีดาว 13 ดวง เป็นรัศมีโดยรอบ บันทึกในธนบัตร 1 US$ มีความหมายว่าต้องเป็นที่หนึ่งในโลก ต่ำลงมาจาก King chamber เป็น Queen chamber) ซึ่งแต่ละแห่งมีพลังกระตุ้นจักระ 2-7 จักระตามลำดับ ที่ประเทศตุรกี ขุดรูอยู่ 16 ชั้น เปิดไว้ให้ชม 8 ชั้น ต้องมุดรูลงไปดู ไกลไปเป็น 100 กิโลเมตร มีแผ่นหินปิดกั้น

ต่อมา Dr.Robert Chaney เดินทางมาที่ประเทศไทย ท่านบอกว่าคนไทยโชคดีมากมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านเป็นพรหมมาเกิด บ้านเมืองร่มเย็น ที่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท มีเทวดาคอยปกปักรักษา ขณะนี้ดาวดวงใหม่ชื่อ Astara ได้เกิดขึ้นแล้ว ต่อมาได้เดินทางไปที่ประสาทหินเขาพนมรุ้ง Dr.Robert กล่าวว่าที่นี่มีพลังสีแดง (จักระที่ 1) แรงกว่าที่วิหารไอซิส ประเทศอียิปต์ มีพระนารายณ์ให้พร และ ที่ประสาทหินเมืองต่ำมีพลังสีส้ม (จักระที่ 2)
ต้นกำเนิด


Cosmos คือ จักรวาล Cosmology คือ จักรวาลวิทยา วิชาที่กล่าวถึงพลังในจักรวาล (Cosmic energy) เชื่อว่า เป็นพลังที่ปรากฎในโลกมนุษย์ ได้จากดวงอาทิตย์แผ่รังสีไปกระทบดวงดาวต่างๆ ดวงดาวเหล่านี้มีแร่ธาตุที่แตกต่างกันจึงดูดซับและสะท้อนรังสีออกมามีสีแตกต่างกัน และ เป็นรังสีที่แผ่มากระทบมนุษย์บนโลก มนุษย์มีพลังจิตที่มีความสามารถในการดูดซับรังสีเหล่านี้มาสะสมไว้ใน “กายทิพย์ (Etheric body)” จึงเรียกว่า พลังกายทิพย์ และ มนุษย์สามารถถ่ายเทเผื่อแผ่พลังเหล่านี้ไปสู่ผู้อื่นได้


กายของมนุษย์ที่มองเห็นด้วยตาเนื้อ เรียกว่า กายเนื้อ สำหรับ กายทิพย์ คือ ส่วนที่มองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ แต่สามารถมองเห็นด้วยตาใน หรือ ตาที่สาม คือ การฝึกสมาธิ ในกายทิพย์ เชื่อว่า มีจักระ 7 แห่ง ซึ่งเป็นที่ดูดซับพลังและส่งพลังไปยังกายเนื้อให้ทำงานตามหน้าที่ กายทิพย์เป็นของ เทวดา มนุษย์ และ สัตว์เดรัจฉาน มีจักระเปิดทำงานตลอดเวลา กายเนื้อของมนุษย์ตายไปเหลือกายทิพย์เป็น เทวดา หรือ สัตว์เดรัจฉาน ขึ้นอยู่กับกรรมของแต่ละคน สำหรับพระอรหันต์ปิดจักระหมดแล้วจึงไม่เกิดอีกต่อไป


Dr. Alex Gray เป็นจิตรกรผู้ที่ฝึกพลังกายทิพย์ มีหูทิพย์ตาทิพย์ ได้เขียนภาพ กายเนื้อ และ กายทิพย์ ของมนุษย์ไว้ กายเนื้อ เหมือนภาพกายวิภาคศาสตร์ กายทิพย์ลักษณะมีเส้นแสงเป็นสนามแม่เหล็ก มีจักระ 7 แห่ง จักระที่ 1 คล้ายดอกบัวบาน จักระที่ 1-6 โตไม่เกิน 3 นิ้ว แต่จักระที่ 7 โตเต็มศีรษะ ทุกจักระหมุนตามเข็มนาฬิกา ถ้าอารมณ์มีกิเลสตัณหา ทำให้จักระไม่สมดุล จักระเรียงอยู่ตามแนวกระดูกสันหลัง ในแนวเดียวกัน มีบางคนเชื่อว่าไม่ได้เรียงเป็นแนวเดียวกัน มีการเหลื่อมเยื้องกันบ้าง





จักระ

จักระที่ 1 สีแดง 4 เส้นแสง เป็นขั้วลบ (-) ชื่อ มูลลัดดา หรือ Kundalini หรือ Serpentine ตำแหน่ง อยู่ที่ฝีเย็บระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์และทวารหนัก เป็นพื้นฐานของพลังชีวิตและเป็นกลไกที่ทำให้ชีวิตอยู่ได้ ดูดซับพลังจากใจกลางโลกที่พุ่งขึ้นมา ได้แก่ น้ำพุร้อน ภูเขาไฟระเบิด ต้นไม้ที่เจริญเติบโตจากดินพุ่งขึ้นสู่อากาศ

จักระที่ 2 สีส้ม 6 เส้นแสง ชื่อ สวัสดิ์ธนา ตำแหน่ง อยู่ที่ ก้นกบปลายสุด ตรงกับ Gonads (ต่อมเพศ) ซึ่งสร้าง sex hormones อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ระบบสืบพันธ์ และ ระบบขับถ่าย (ไต?) เป็นจุดศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังงานทางเพศ (ทั้งผู้ให้และผู้รับ) เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในตนเอง ดูดซับพลังจากพระอาทิตย์ เมื่อพระอาทิตย์ตกดินจะกระจายพลังจากจุดนี้ออกไป นอนแต่หัวค่ำ ก่อน 21 น. ตื่นตี 5 ทำให้ melatonin หลั่ง ร่างกายจะกำจัดสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค ทำให้ไม่เป็นโรคติดเชื้อ ถ้ากระตุ้นขึ้นบนไปจักระ 7 จะรุนแรงในทางสร้างสรรค์ มีความหวานหอม แต่ถ้ากระตุ้นลงล่างจะกระตุ้น sex ใจเร็วด่วนได้

จักระที่ 3 สีเหลือง10 เส้นแสง ชื่อ มณีปุระ ตำแหน่ง อยู่ที่ บั้นเอว ตรงกับ สะดือ ตรงกับ Adrenal gland (ต่อมหมวกไต) เป็นศูนย์กลางของอารมณ์ดิบ ที่ไม่ได้ผ่านการซักฟอก ในขณะที่เราตกใจกลัว กล้ามเนื้อบริเวณสะดือ จะหดตัวลง จักระ 3 มีหน้าที่ผลิตเนื้อเยื่อกระดูกหนาขึ้น ผลิตเม็ดเลือดแดง ระบบการย่อยอาหาร (กลิ่น รส กระเพาะอาหาร ตับ) ระบบขับถ่าย (ไต) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ ท้อง ตับ กระเพาะอาหาร และ ลำไส้ ถ้าขาดพลังจักระ 3 ไม่มีแรง ถ้ากระตุ้นจักระ 3 จะรู้สึกหิว

จักระที่ 4 สีเขียว 12 เส้นแสง ชื่อ อนัตตา ตำแหน่ง อยู่ที่ ตรงกลางกระดูกสันหลังระดับที่ตรงกับหัวใจ ตรงกับ Thymus gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ หัวใจ และ ระบบหมุนเวียนโลหิต เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริงอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ความเมตตากรุณา และ ความเสียสละ หลายต่อหลายวิธีของการปฏิบัติสมาธิของชาวตะวันออก เพื่อกระตุ้นจักระนี้ มีสีดอกไม้ใบหญ้า ถ้าขาดพลังจักระ 4 ทำให้ไขมันสูง Triglyceride สูง ก่อกรรม Rx. เมตตากรุณา ไม่หวังผลตอบแทน ลดความโลภ โกรธ หลง

จักระที่ 5 สีฟ้า 16 เส้นแสง ชื่อ วิสุทธิ์ ตำแหน่ง อยู่ที่ กระดูกต้นคอ ตรงกับ Thyroid gland อวัยวะที่เกี่ยวข้องคือ ปอด Rx. โรคระบบหายใจ ผิวหนัง หอบหืด เคราะห์กรรม ถูกกระทำย่ำยี สัมพันธ์กับเพื่อนมนุษย์ พูดเพราะ หูทิพย์ ฟังเทวดาได้ พิธีกรรม สวดมนต์ ดนตรีไทย (ฉิ่งฉาบกลอง มี alpha wave)
จักระที่ 6 สีไพลิน (สีน้ำเงิน) และ กุหลาบทอง 96 เส้นแสง ชื่อ อัจนา หรือ อัจฉริยะ ตำแหน่ง ตั้งอยู่ที่กึ่งกลางหน้าผาก ตรงกับ Pituitary gland (ต่อมใต้สมอง) อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนล่าง และ ระบบประสาท เป็นที่รวมของปัญญา เป็นดวงตาที่สาม และ พาหนะแห่งญาณวิเศษ ติดต่อกับเทพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน Rx. ทำลายสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง, Parkinson, Alziemer syndrome คุณย่ามีภาพเด็กชาวรัสเซียมีตาที่สาม คือ พระอิศวร เด็กคนนี้สามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้

จักระที่ 7 สีม่วง 972 เส้นแสง เป็นขั้วบวก (+) มีเส้นแสงสีทอง 12 เส้นตรงกลาง และ สีม่วง 960 เส้น โดยรอบ รวมเป็น 972 เส้น เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระในกายทิพย์ เป็นสถานที่รับพลังคอสมิกและกระจายไปทั่วร่างกาย ตำราอินเดียเรียกชื่อว่า สหัชชะ หรือ สหัสรา แปลว่า หนึ่งพัน หรือ 1,000 เส้นแสง ตำแหน่ง อยู่ที่ กลางศีรษะด้านบน เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว ตรงกับ Pineal gland อวัยวะที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนบน ระบบประสาท ระบบโครงสร้าง และ ระบบหมุนเวียน โดยทั่วไปของร่างกาย Rx. ระบบโครงสร้างและข้อต่อ เป็นจุดที่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยที่จักระอื่นๆ ไม่สามารถจะรักษาได้โดยตรง
คุณสมบัติของพลังกายทิพย์


1. เป็น alpha wave มีความหนาแน่นมาก เป็นพลังขั้วลบ ไปพบกับพลังขั้วบวกในร่างกาย
2. มีจำนวนมากในตอนกลางวัน
3. มีความถี่มากกว่าแสงอาทิตย์ 10 เท่า เดินทางเร็วกว่าแสงอาทิตย์ 10 เท่า
4. มนุษย์สามารถดูดซับพลังกายทิพย์ได้โดยกำหนดจิตที่จักระ 7 กลางกระหม่อม
5. สะท้อนที่กระจกได้ ทำให้รู้สึกอุ่นขึ้น
6. เห็นเป็น aura สะท้อนออกจาก ปลายนิ้ว กลางอุ้งมือ และ ที่ตาที่สามกลางหน้าผาก Valentino Corion และ Densa Corion ชาวรัสเซีย เป็นผู้ประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพ aura ได้ กล้องนี้มีอยู่ที่ องค์การนาซ่า และ ประเทศรัสเซีย เท่านั้น
7. นำไปได้ด้วยสายไฟ สายโทรศัพท์
8. เก็บไว้ได้ในสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ไม้ น้ำ ฯลฯ เช่น พลังพุทธคุณ ในน้ำมนต์วัดพระแก้ว
9. ความหนาแน่นขึ้นกับ ดินฟ้าอากาศ และ ตำแหน่ง สูงขึ้นไป 15,000 เมตร เป็นเปลือกห่อหุ้มโลก มีสีขาวเงินยวง พยับแดด เชื่อว่า เป็น ชั้นเทพเทวดา
10. ควบคุมโดยสมาธิจิต
11. ซึมซับโดยพลังจิต ให้ไป ใกล้ หรือ ไกล
12. ใช้ในทางสร้างสรรค์ หรือ ดี หรือ ชั่วร้าย สาบแช่ง ได้ rusputin ฝึกพลังกายทิพย์ ไปรักษาโอรสของพระเจ้าซาร์ ซึ่งเลือดออกมากให้หยุดได้ แต่ไปปลุก sex ทำให้พลังเคลื่อนที่ลงที่จักระ 1 ต้องรู้จักบังคับให้เคลื่อนขึ้นบนไปที่จักระ 7 จึงจะใช้เพื่อคุณประโยชน์ ในที่สุด rusputin ตายอย่างอนาถ
เส้นทางของพลังกายทิพย์


สัญลักษณ์ทางการแพทย์ คือ งู 2 ตัวพันคทา เป็นเส้นทางเดินหลักของพลัง 3 เส้น ได้แก่

1. Ida (อิดา) สีเหลืองพลังเย็น เดินจากจักระ 1 ขึ้นไปทางซ้ายวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
2. Pingala (ปิงคลา) สีแดงพลังร้อน เดินจากจักระ 1 ขึ้นไปทางขวาวนไปสู่ pituitary gland ที่จักระ 6
3. Sushumna (สุสุมนา) แปลว่า ไม้เท้าพราหมณ์ หรือ พลังศิวะ ถ้าเปิดที่จักระ 7 เป็นเทพ ถ้าปิดเป็นนรก เดินจากจักระ 7 pineal gland ตรงลงมาข้างล่างที่ จักระ 1 กระตุ้นกิเลส พ่นพิษ กระตุ้นน้ำมันทอง (golden oil) จาก Kanda ต่อมรูปร่างคล้ายหัวหอมยับย่นที่ฝีเย็บ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 04, 2009, 02:55:06 PM โดย จิตทิพย์์ » บันทึกการเข้า

มนุษย์สมบัติ ทิพย์สมบัติ นิพพานสมบัติ ~* สาธุ 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm ลำปาง 88.25 FM Hosting โรงพิมพ์ วาไรตี้ วิทยุออนไลน์ วิเคราะห์บอล
โฮสแรงดอทคอม บริการพื้นที่ทำเว็บไซต์ Web Hosting ราคาคุณภาพ
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!