::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 01:06:25 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขณะนี้เว็บไซต์ธรรมะคิด ได้เปิดรับสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดเพิ่มแล้วสามารถ คลิกสมัครสมาชิก ได้แล้วค่ะ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บุคลศูนยตา=อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) ธรรมศูนยตา = นิพพานจิต  (อ่าน 263 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
« เมื่อ: ธันวาคม 30, 2011, 03:11:43 PM »

มีแต่ผู้ที่บรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณจึงจะรู้ได้ว่า  เรื่องที่ผมพูดเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง  ไม่อิงนิยาย

อนัตตา คือ ความว่าง ที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เรียกว่า "สมมุติ"
อัตตา คือ ความว่างที่เที่ยง ไม่เป็นทุกข์ เรียกว่า "วิมุตติ"

อนัตตา คือ...กายมายาที่มีใจครอง ซึ่งไม่เที่ยง และทุกข์ อยู่ในเมืองมนุษย์ เมืองเปรต เมืองเทวดา เมืองพรหม

อัตตา คือ...กายมายาที่มีใจครอง ซึ่งเที่ยง  ไม่ทุกข์ อยู่ในเมืองนิพพาน หรือพุทธเกษตร

  ทั้งอนัตตาและอัตตา ทั้ง 2 อย่างเรียกว่า "อนัตตาธรรม"   มหายานเรียกว่า "บุคคลศูนยตา"   ผู้ที่ปฏิบัติจิตจนรู้ความจริงว่า ขันธ์ 5 เป็นอนัตตา  เมื่อตายไปพระอรหันต์ท่านนั้นจะได้กายใหม่ของบุคคลศูนยตา เรียกว่า ธรรมกาย หรือธรรมข้นธ์ หรืออายตนะนิพพาน

นิพพานเป็นจิตที่ว่าง อยู่ในความว่างเดิมของจักรวาล ที่ไม่มีทั้งสมมุติและวิมุตติอยู่  เรียกว่า นิพพาน หรือมหาสุญญตา  มหายานเรียกว่า "ธรรมศูนยตา"

สรุป

อายตนะนิพพาน คือ ธรรมกาย เป็นกายที่มีใจครอง สั่งการร่าง เรียกว่า "บุคคลศูนยตา"
นิพพาน คือ จิต  หรือนิพพานจิต หรือ "ธรรมศูนยตา"
บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2011, 03:44:11 PM »

พระศาสดา ตรัสว่า "ดูก่อน กัสสปะ ตถาคตมีธรรมจักษุครรภ์อันถูกต้อง และนิพพานจิต ลักษณะที่แท้จริง ย่อมไม่มีลักษณะ

พระนาคเสน มหาเถระ ผู้ตอบปัญหาพระเจ้ามิลินทราชาว่า:

พระพุทธเจ้ามีจริง แต่พระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน เหมือนเปลวไฟที่ดับแล้วก็ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน อาจชี้ได้เพียงพระธรรมกาย ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

พระพุทธเจ้าปรินิพพานดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน...หมายถึงนิพพานจิตชี้ไห้ดูไม่ได้  เพราะมันเป็นตัวจิต

ชี้ได้แต่ธรรมกายของพระพุทธเจ้าเท่านั้น... เพราะธรรมกายเป็นตัวกายหรือเป็นตัวขันธ์   อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) จึงแสดงให้ดูได้ เพราะเป็นธรรมธาตุหรือนิพพานธาตุ ที่ธรรมกายด้วยกันรู้เห้นกันได้

สรุป

อายตนะนิพพาน(ธรรมกาย) หรือบุคคลศูนยตา เป็นตัวกายที่มีใจครอง  จึงชี้ให้ดูได้

นิพพาน หรือธรรมศูยตา เป้นตัวจิต จึงชี้ให้ดูไม่ได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 31, 2011, 12:26:43 AM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 01, 2012, 11:20:09 AM »

อ้างจาก: พยัคฆ์นิล;5517782
และมีนิพพานพรหมด้วย  ทำให้ผู้ที่อ่านคัมภีร์มาหลายเล่มสับสน ว่าสูญญตา คือ นิพพานพรหมหรืออรูปพรหม หรือเปล่าและต่างกันตรงไหน   แต่ว่าสำหรับผมมองว่า มันต่างกันตรงตัณหา  ผู้ที่จะนิพพานได้ต้องหมดตัณหา  เพราะตัณหาคือกิเลส

ตอบ

นิพพานพรหม  เมืองพระนิพพาน  และโลกุตตรนิพพาน แตกต่างกัน
- นิพพานพรหมต้องทำอรูปณาน....จึงจะเข้าไปถึงได้
- เมืองพระนิพพาน ต้องเป็นพระอรหันต์ เข้าถึงบุคคลศูนยตา ได้ธรรมกาย อันเป็นอายตนะนิพพาน....จึงจะเข้าไปถึงได้
- โลกุตตรนิพพาน พระอรหันต์ ต้องละบุคคลศูนยตา หรือละอายตนะนิพพาน เหลือเพียงจิตที่ว่างเฉยๆ(นิโรธ)....จึงจะเข้าไปถึงได้


นิพพานพรหม เป็นที่สุดแห่งจักรวาลโลก  เป็นที่อยู่ของอรูปพรหม 4 ชั้น

เมืองพระนิพพานคงตั้งอยู่ในที่สุดของโลก คืออยู่ในนิพพานพรหม  เหนือแดนอรูปพรหม

ส่วนนิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็น นิพพานที่สุดที่แล้ว

นิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็นนิพพานจิต อยู่เหนือจากเมืองพระนิพพาน   ที่อยู่เหนือในแดนอรูปพรหม ไปอีก



อ้างอิงจากคิริมานนทสูตร ตอนนิพพานโลก ที่สุดแห่งโลก พุทธวจน (จากคำบอกเล่าของพระอานนท์)


"ดูกรอานนท์ นิพฺพานํ นครํ นาม อันชื่อว่าเมืองพระนิพพานย่อมตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลก โลกมีที่สุดเพียงใด พระนิพพานก็ตั้งอยู่ที่สุดเพียงนั้น พระนิพพานเป็นพระมหานครอันใหญ่ เป็นที่บรมสุข หาที่เปรียบมิได้

คำว่าที่สุดแห่งโลกนั้น จะถือเอาอากาศโลกหรือจักรวาลโลกเป็นประมาณนั้นมิได้

อากาศโลกและจักรวาลโลกนั้นมีที่สุดเบื้องต่ำก็เพียงใต้แผ่นดิน แผ่นดินนี้มีน้ำรอง ใต้น้ำนั้นมีลม ลมนั้นหนาได้ 9 แสน 4 หมื่นโยชน์ สำหรับรองรับน้ำไว้ ใต้ลมนั้นลงไปเป็นอากาศหาที่สุดมิได้ ที่สุดโลกเบื้องต่ำก็เพียงเท่านั้น

ที่สุดแห่งจักรวาลโลกเบื้องขวางนั้นมีอนันตจักรวาลเป็นเขต นอกอนันตจักรวาลออกไปก็เป็นอากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าโดยขวางมีอนันตจักรวาลเป็นที่สุด

ที่สุดแห่งจักรวาลโลกเบื้องบนนั้นมีอรูปพรหมเป็นเขต เพราะอรูปพรหม 4 ชั้นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นนิพพานพรหมหรือนิพพานโลก นิพพานโลกนี้เป็นที่ไม่สิ้นสุด

นิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า โลกุตตรนิพพาน เป็น นิพพานที่สุดที่แล้ว

ต่ออรูปพรหม 4 ชั้นขึ้นไปก็เป็นแต่อากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าที่สุดเบื้องบนเพียงอรูปพรหมเป็นที่สุดของโลก เมืองพระนิพพานคงตั้งอยู่ในที่สุดของโลกเหล่านั้น ดังนี้


พระพุทธเจ้าตรัสห้ามเสียว่า อย่าพึงเข้าใจอย่างนั้นเลย ที่ทั้งหลายเหล่านั้น ใครๆ ก็ไม่สามารถจะไปถึงด้วยกำลังกายหรือด้วยกำลังพาหนะมียานช้าง ยานม้าได้ อย่าเข้าใจว่าตั้งอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเลย แต่ว่าพระนิพพานนั้นหากมีอยู่ในที่สุดของโลก เป็นของจริงไม่ต้องสงสัย

ให้ท่านทั้งหลายศึกษาให้เห็นโลกรู้โลกเสียให้ชัดเจน ก็จะเห็นพระนิพพาน พระนิพพานตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลกนั่นเอง..."
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 01, 2012, 11:27:47 AM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm 87.5 ลำปาง โรงพิมพ์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!