::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 01:05:38 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขอเชิญ พี่น้องร่วมกันโพสบทความสาระน่ารู้ เพื่อเป็นธรรมทาน ร่วมกันโพสบทความบนเว็บบอร์ดแห่งนี้ได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จิตฝั่งนี้ จิตฝั่งโน้น  (อ่าน 146 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
« เมื่อ: มกราคม 15, 2012, 09:04:09 PM »

จิตฝั่งนี้   =  จิตสังขาร หรือ จิตที่มีอวิชชา ตัณหา อุปาทาน  เผาลนจิต เป็นจิตติดไฟ  ได้แก่ จิตของมนุษย์ สัตว์ ยักษ์ อสูร นาค เทพ พรหมต่างๆ

จิตฝั่งโน้น = จิตวิสังขาร หรือ จิตที่ละอวิชชา ละตัณหา และอุปาทานได้แล้ว มีสติปัญญา(สติปัฏฐาน 4) พกไว้ในจิตเป็นเครื่องมือดับไฟตลอดวลา  

จิตฝั่งนี้ เป็นจิตที่ไม่ว่างเปล่าจากกิเลส และไม่ว่างจากสิ่งยึดติดทั้งปวง  จิตฝั่งโน้น เป็นจิตว่างเปล่าจากกิเลส และว่างจากสิ่งยึดติดทั้งปวง

ขึ้นชื่อว่าจิต  พระพุทธเจ้าหมายถึงกายและใจ  พระพุทธองค์ตรัสว่า "จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว" ปัญหาคือนายบ่าวคู่นี้อยู่ติดกันสนิทจนแยกกันแทบไม่ได้  บางครั้งพระพุทธองค์จึงเรียก"กาย"ว่า "จิต"

มหาวรรคที่ ๗
 อัสสุตวตาสูตรที่ ๑

.....แต่ตถาคต เรียก ร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง .....

(.....ตถาคตเรียกร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ปุถุชนผู้มิได้สดับ ไม่อาจเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในจิต เป็นต้นนั้นได้เลย.....ฯลฯ.....)

จิตสังขารหรือจิตฝั่งนี้ แบ่งเป็น 2อย่าง

1. จิต(กายใจของคุณ) ตอนที่อยู่ในโลก เป็นกายมนุษย์ กายสัตว์ต่างๆ พระพุทธเจ้าเรียกว่า "นามรูป" หรือขันธ์ 5

2. จิต(กายใจของคุณ) ตอนที่ไปอยู่ในปรโลก  พระพุทธเจ้าก็เปลี่ยนชื่อเรียกว่า "นามกาย" หรือวิญญาณธาตุ  เพราะกายของจิตชนิดนี้เป็นกายทิพย์  ไม่ต้องใช้มหาภูตทั้ง ๔ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) มาสร้างรูปขึ้น  มันเป็นรูปทิพย์ของจิตเลย

จิตวิสังขาร หรือจิตฝั่งโน้น =   จิต(กายใจของคุณ)  ตอนที่ไปอยู่ในเมืองนิพพาน(พุทธเกษตร) ก็เปลี่ยนชื่อเรียกเป็น "กายธรรม" ธรรมกาย ธรรมขันธ์  อายตนะนิพพาน" โดย"กายธรรม" หรือ ธรรมกาย  มีนาม = ธรรม  และมีกายของธรรม = รูป

จิตสังขารหรือจิตฝั่งนี้  มีกายที่ไม่เป็นอมตะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย และมีทุกข์ เรียกว่า "อนัตตา"   ส่วนจิตวิสังขาร หรือจิตฝั่งโน้น มีกายที่เป็นอมตะ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย และไม่มีทุกข์ เรียกว่า "อัตตา"  

แต่ทั้งอนัตตาและอัตตาเป็นก็เป็นความว่าง เป็นมายาที่จิตสร้างขึ้นเท่านั้น  เพียงแต่มันเป็นอมตะหรือไม่อมตะแค่นั้นเอง

ส่วนพระนิพพานเฉยๆ เป็น “จิต”  เรียกว่า “นิพพานจิต”  นิพพานจิตเป็นความว่างอีกชนิดนึง  ที่ไม่เหมือนความว่างในโลกของฝั่งนี้ที่ไม่เที่ยงเป็นอนัตตา และไม่เหมือนความว่างในโลกของฝั่งโน้นที่เที่ยงเป็นอัตตา   เพราะนิพพานเป็นความว่างที่ไม่สูญ(มหาสุญญตา = นิพพานเป็นความว่างอย่างถึงที่สุด แม้ตัวมันเองก็ว่าง แต่มันมีอยู่ ไม่สูญเหมือนอนัตตา)  ส่วนความว่างในฝั่งนี้หรือฝั่งโน้มมันล้วนเป็นความว่างที่สูญไปได้ทั้งสิ้น

-  ดับกิเลส อวิชชาได้ ได้อรหันต์ซึ่งเป็นธรรมกาย ที่จิตว่างจากกิเลส อวิชชา ตัณหา และอุปาทาน =  บุคคลศูนยตา เป็นอมตะ
-  อรหันต์ซึ่งเป็นธรรมกาย  ละกายอมตะตนเองออกไป  เหลือแต่ตัวธรรมที่เป็นจิตเฉยๆที่ว่างเปล่าเรียกว่า "มหาสุญญตา หรือ ธรรมศูนยตา"


พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระมหากัสสปว่า

" ดูกรกัสสปะ เธอมีธรรมจักษุครรถ์อันถูกต้อง และนิพพานจิต ลักษณะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ เธอพึงรักษาไว้ให้ดี "

สรุปด้วยคำสอนของหลวงปู่ดู่

หลวงปู่ดู่:  “ แดนพระนิพพานจริงๆ ไม่มีอะไรเลยเป็นสภาพของความว่าง แต่ไม่ใช่สูญนะแก”

ก่อนหน้านั้น หลวงปู่ดู่พบพระธรรมกายชองพระพุทธเจ้า และเมืองพระนิพพานที่มีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่ธรรมกายนิรมิตขึ้นมาใช้งานในวิมานแก้วของพระพุทธเจ้า

 “เมื่อ ไปถึงวิมานแก้วได้แล้ว เป็นวิมานแก้วของพระพุทธเจ้าก็เหมือนกุฏิของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ก็มีวิมานพระธรรม อยู่ไปทางขวามือของพระพุทธเจ้ามีตู้พระไตรปิฎกอยู่หลายตู้ เขียนเป็นภาษาบาลีอักษรขอม ถ้าอยากรู้แปลว่าอะไรให้ถามหลวงปู่ทวด ซ้ายมือเป็นวิมานของพระสงฆ์ มีพระสงฆ์อยู่พระพุทธเจ้าเป็นประธาน แกเดินจิตให้ดีจากวิมานแก้วจะไปถึงพระพุทธรูป 4 องค์ของกัปป์นี้ มีลักษณะหน้าตักกว้างไม่เท่ากันตามบารมี องค์แรกเป็นของพระกกุสันโธมีหน้าตักกว้าง 20 วา องค์ที่สองพระโกนาคม หน้าตัก 15 วา องค์ที่สาม ของพระกัสสปหน้าตัก 10 วา องค์ที่สี่ หน้าตัก 5 วา ถ้าเป็นพระศรีอริย์องค์ที่ห้า ยังไม่ปรากฎถ้าอธิษฐาน ขอดูจะพบว่ามีหน้าตักเท่ากับองค์แรก เพราะท่านสร้างบารมีมาถึง 16 อสงไขยกับแสนมหากัปป์ ทำจิตให้ดี เดินจิตให้ถึงที่หลังพระทั้ง สี่องค์ มีที่เวิ้งว้างไม่มีประมาณนั้นแหละคือ แดนพระนิพพานจริงๆ ไม่มีอะไรเลยเป็นสภาพของความว่าง แต่ไม่ใช่สูญนะแก”

นิพพาน สามารถแสดงได้ 2 ทาง

1. นิพพาน แสดงเป็นรูปนิมิต หรือพุทธนิมิต เรียกว่า "ธรรมกาย" หรืออายตนะนิพพาน
2. นิพพาน  แสดงเป็นความว่างบริสุทธิ์ของจิตเดิม หรือ พุทธภาวะเริ่มต้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 15, 2012, 09:39:36 PM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm 87.5 ลำปาง โรงพิมพ์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!