::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 12:58:27 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขอเชิญ พี่น้องร่วมกันโพสบทความสาระน่ารู้ เพื่อเป็นธรรมทาน ร่วมกันโพสบทความบนเว็บบอร์ดแห่งนี้ได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว พระพุทธเจ้าเรียก"กาย"ว่า"จิต"  (อ่าน 291 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
« เมื่อ: ธันวาคม 22, 2011, 05:30:14 PM »

คุณพลศักดิ์ครับ....ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกไหม
จิตเป็นทั้งนามรูป เป็นทั้งนามกาย เป็นทั้งธรรมกาย  จิตคือกาย  กายคือจิต


ตอบ

พระพุทธองค์ตรัสว่า "จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว" ปัญหาคือนายบ่าวคู่นี้อยู่ติดกันสนิทจนแยกกันแทบไม่ได้  บางครั้งพระพุทธองค์ก็เรียกกายว่าจิต

มหาวรรคที่ ๗
๑. อัสสุตวตาสูตรที่ ๑

.....แต่ตถาคต เรียก ร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง .....

(.....ตถาคตเรียกร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ปุถุชนผู้มิได้สดับ ไม่อาจเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หลุดพ้นในจิต เป็นต้นนั้นได้เลย.....ฯลฯ.....)



- นามรูป(ขันธ์ 5)          = จิต(นาม) ใน กายมนุษย์

- นามกาย(อทิสมานกาย)  = จิต(นาม) ใน กายทิพย์ ของเทวดา พรหม เปรต ฯลฯ

- ธรรมกาย                     = จิต(ธรรม) ใน กายของพระอริยะเจ้าตั้งแต่โสดา-อรหันต์  ในกายธรรม


สรุป


จิต เปรียบเสมือนสมองของกายของมนุษย์ กายทิพย์ กายธรรม

กุศล(บุญ) อกุศล(บาป) และนิพพาน  จิตเป็นผู้กระทำทั้งนั้น  โดยมีร่างกายเป็นเครื่องมือ  การตัดสินว่าสิ่งใดเป็นบาปเป็นบุญเป็นนิพพาน  ต้องดูที่เจตนาของจิต  ไม่ใช่ดูที่การกระทำของกาย  ซึ่งบางครั้งก็ต้องกันข้ามกับเจตนาของจิต  ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน  ทุกอย่างสำเร็จที่ใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 22, 2011, 09:44:04 PM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm 87.5 ลำปาง โรงพิมพ์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!