::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 12:49:08 PM
ยินดีต้อนรับคุณ,
บุคคลทั่วไป
กรุณา
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
1 ชั่วโมง
1 วัน
1 สัปดาห์
1 เดือน
ตลอดกาล
เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว
: ขณะนี้เว็บไซต์ธรรมะคิด ได้เปิดรับสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดเพิ่มแล้วสามารถ คลิกสมัครสมาชิก ได้แล้วค่ะ
หน้าแรก
ช่วยเหลือ
ค้นหา
ปฏิทิน
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
>
ธรรมะ
>
กระดานถาม-ตอบ
> หัวข้อ:
หลักฐานในพระไตรปิฎกและทางปฏิบัติชี้ว่า นิพพานคือจิต แต่ไม่ใชจิต(สังขาร)
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: หลักฐานในพระไตรปิฎกและทางปฏิบัติชี้ว่า นิพพานคือจิต แต่ไม่ใชจิต(สังขาร) (อ่าน 188 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
Hero Member
ออฟไลน์
กระทู้: 509
หลักฐานในพระไตรปิฎกและทางปฏิบัติชี้ว่า นิพพานคือจิต แต่ไม่ใชจิต(สังขาร)
«
เมื่อ:
ธันวาคม 23, 2011, 03:39:50 PM »
นิพพานก็คือนิพพาน
จิตก็คือจิต
ตอบ
นั่นเป็นคำพูดที่กวนตีนอย่างเดียว เพราะผู้พูด (ผมไม่ได้หมายถึงคุณคนเดียวนะครับ) ไม่ได้ ผ่านการศึกษาและปฏิบัติอย่างถูกวิธี
ปริยัติ
- จิต คือ จิตสังขาร ดังจะเห็นได้จากพระพุทธเจ้าเริ่มต้นขบวนการจิตในปฏิจจสมุปบาท ก็เริ่มจากสังขารก่อน จิต หรือ จิตสังขาร ตัวนี้เป็นจิตที่ยังไม่หลุดพ้นจากมาร(อวิชชา)
"ดูกรภิกษุ เมื่อบุคคล ยังยึดมั่น ก็ต้องถูกมารมัดไว้ เมื่อไม่ยึดมั่น จึงหลุดพ้น จากมารฯ"
ปฏิบัติ
- นิพพาน คือ จิตที่ดับกิเลสแล้ว พระผู้มีพระภาคพูดหลายต่อหลายครั้ง เรียกนิพพานว่า
"จิตหลุดพ้น"
บางครั้งก็เรียกว่า "จิตพ้นวิเศษ" บางครั้งก็เรียกว่า
"จิตปภัสสร"
ลองฟังผู้ปฏิบัติ ที่ปฏิบัติเข้าขั้นพระอริยะสงฆ์ พูดบ้างก็ดีนะ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
"องค์สมเด็จพระบรมครูตรัสว่า ...โมกขราช เรากล่าวว่า
นิพพานนั้นหมายถึงกิเลสดับ และขันธ์ ๕ ดับ... พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่า
จิตดับ
"
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
"
ดวงจิตนี้ไม่เคยสูญ
แดนพระนิพพานมีจริง หลวงปู่มั่นเล่าว่า พระพุทธเจ้าหลายพระองค์เสด็จมาเยี่ยมท่าน"
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
"
จิตวิญญาณมันไม่ใช่ของแตกของทำลาย แลไม่ใช่ของสูญหาย
พระพุทธเจ้าสอนให้จิตมันเที่ยง เหมือนพระนิพพานเป็นของเที่ยง ไม่แปรผัน ยักย้าย สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็ฯทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ "
หลวงปู่ลี ธมมฺโร วัดอโศการาม
" โลกนิพพาน ไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย กายเป็นของสูญ
จิตเป็นของไม่สูญ ไม่ตาย
จิตที่ดับจากกาย ย่อมหายไป เหมือนกับไฟที่ดับจากเทียน"
อดีตพระอริยคุณาธาร (เส็ง ปุสโส)
"
พระธรรมกาย
ได้เแก่พระกายอันบริสุทธิ์ ไม่สาธารณะแก่เทวา และมนุษย์
หมายถึงจิตที่พ้นจากกิเลสแล้ว
เป็นพระกายที่เที่ยงแท้ไม่สูญสลาย อินทรีย์ของพระอรหันต์ประณีตสุขุม แม้ตาทิพย์ของเทวดาก็มองไม่เห็น"
สรุป
นิพพานจะเอาจิต(สังขาร) ที่เรียกว่าจิตเข้าไปไม่ได้ เพราะจิตชนิดนี้ไม่บริสุทธิ์ มีความโลภ โกรธ หลง และความยึดมั่นถือมั่น จึงอยู่ในการควบคุมของอวิชชาหรือมาร ถูกมารมัดไว้
นิพพานเป็นที่บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากความโลภ โกรธ หลง และความยึดมั่นถือมั่น จึงไม่อยู่ในการควบคุมของอวิชชาหรือมาร เมื่อไม่มีความโลภ โกรธ หลง และไม่ยึดมั่น จึงหลุดพ้น จากมารฯ...อะไรล่ะที่หลุดพ้นจากมาร....ก็จิตนั่นแหละหลุดพ้น จิตจึงได้อิสระภาพ พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระมหากัสสปว่า
"
ดูกรกัสสปะ เธอมีธรรมจักษุครรถ์อันถูกต้อง และ
นิพพานจิต
ลักษณะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ เธอพึงรักษาไว้ให้ดี
"
พระพุทธเจ้าตรัสชัดๆว่า
"นิพพานจิต"
ถ้านิพพานไม่ใช่จิตแล้ว...จะไปสร้างอายตนะนิพพานได้อย่างไร เพราะมีแต่จิตเท่านั้นสร้างอายตนะได้
ถ้านิพพานไม่ใช่จิตแล้ว...ธรรมชาติที่รู้แจ้ง จะมีได้อย่างไร เพราะมีแต่จิตเท่านั้นที่จะไปรู้อะไรต่ออะไรได้
แต่จิต(สังขาร) เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ อารมณ์คือสิ่งที่จิตไปรู้ พอไปรับรู้แล้ว มันดันเสือกไปรับอารมณ์ด้วย ไปยึดถือด้วย จึงเกิดปฏิจจสมุปบาท
แต่นิพพานจิตเป็นธรรมชาติที่รู้แจ้งเฉยๆ คือรู้อารมณ์เหมือนกัน แต่ไม่ไปรับอารมณ์ ไม่ไปยึดถือ ในพระไตรปิฎกมักเปรียบนิพพานว่าเหมือนกับไฟที่ดับแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่าไฟที่ดับไปนั้นหายไปไหนหรืออยู่ในสภาพใด พระอริยะสงฆ์ต่างๆก็เทศน์บอกจนหมดเปลือกแล้วว่า
จิตเป็นของไม่สูญ ไม่ตาย
ไฟ = จิตสังขาร+กิเลสตัณหา = จิตรับอารมณ์ด้วย ไปยึดถือ ไปปรุงแต่ง
นิพพานจิต =ธรรมชาติที่รู้แจ้งเฉยๆ = จิต ไม่มีกิเลสตัณหา จิตไม่รับอารมณ์ด้วย ไม่ไปยึดถือ ไม่ไปปรุงแต่ง
..........................................................................
ดูกรภิกษุทั้งหลาย "อายตนะนั้นมีอยู่"
ดิน น้ำ ไฟ ลม
อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ โลกนี้ โลกหน้าพระจันทร์และพระอาทิตย์ทั้งสอง ย่อมไม่มีในอายตนะ(นิพพาน)นั้น
แถลงปัญหามหาภูต
[๓๔๙]
ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ
ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในที่ไหน อุปาทายรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในที่ไหน นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในที่ไหน ดังนี้.
ในปัญหานั้น มีพยากรณ์ดังต่อไปนี้
[๓๕๐]
ธรรมชาติที่รู้แจ้ง ไม่มีใครชี้ได้ ไม่มีที่สุด แจ่มใส โดยประการทั้งปวง
ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ และวาโยธาตุ ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในธรรมชาตินี้.
อุปาทายรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ ที่งามและไม่งาม ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ใน
ธรรมชาตินี้. นามและรูปย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้. เพราะวิญญาณดับ นามและรูปนั้นย่อมดับไม่มีเหลือในธรรมชาตินี้ ดังนี้.
«
แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 23, 2011, 03:41:31 PM โดย phonsak
»
บันทึกการเข้า
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
>
ธรรมะ
>
กระดานถาม-ตอบ
> หัวข้อ:
หลักฐานในพระไตรปิฎกและทางปฏิบัติชี้ว่า นิพพานคือจิต แต่ไม่ใชจิต(สังขาร)
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
ธรรมะ
-----------------------------
=> ประชาสัมพันธ์
===> ข่าวการปฏิบัติธรรมะ ทั่วไทย
===> ธรรมทาน
===> ข่าวสาธารณกุศล
===> ภาพกิจกรรม
=> กระดานถาม-ตอบ
=> บทความธรรมะ
===> นานาสาระ จาก พีรกิตติ์
=> คลิบวีดีโอ
=> ฟังธรรม - Media
===> เพลง
=> ดาวน์โหลด - download
=> รวมเรื่องกฏแห่งกรรม
=> อ่าน+เขียน สุภาษิต
=> นิทานธรรมะบันเทิง
=> พระอริยสาวก
===> ประวัติพระเถราจารย์
=> พลังจิต
=> สมาธิ - วิปัสนากรรมฐาน
-----------------------------
ธรรมะคิด.คอม
-----------------------------
=> คาถา - บทสวดมนต์
===> บทสวดมนต์
===> คาถาอาคม
=> มือถือ - smartphone
=> คอมพิวเตอร์
===> ถาม-ตอบปัญหาไอที
===> IT
=> พระเครื่อง
===> พระพุทธรูป
=> การเรียน - การศึกษา
=> บอร์ดมีรูปเด็ด
=> Content - สาระดีๆ
===> สุขภาพ
===> ความรัก
===> บทความสาระน่ารู้
=> ท่องเที่ยว - อาหารการกิน
=> ตลาดธรรมะคิด
กำลังโหลด...