วิญญาณขันธ์ หรือวิญญาณธาตุ ตัวไหนเป็นจิตกันแน่เท่าที่ผมอ่านเปรียบเทียบเฉพาะความตามพระไตรปิฎก
ที่คุณธรรมภูต ยกมาแสดง
กับที่มังคละมุนี ยกมาแสดง
ก็ไม่เห็นมีความใดที่ขัดแย้งกันเลย
ผมจึงสงสัยว่าทำไม คุณธรรมภูต จึงมักจะแย้งกับ เพื่อนๆสหธรรมมิก ว่า
วิญญาณขันธ์ ไม่ใช่ จิต
ตอบผมขอแสดงความเห็นบ้างนะครับ
1. กายมนุษย์หรือขันธ์ 5 คือ นามรูป - รูปขันธ์,เวทนาขันธ์,สังขารขันธ์, สัญญาขันธ์,
วิญญาณขันธ์2. นามรูป มาจากปฏิจจสมุปบาท พระพุทธเจ้าตรัสว่า:
(๑) เพราะมี อวิชชา เป็นปัจจัย จึงมีสังขาร
(๒)
เพราะมี สังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ(๓)
เพราะมี วิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป(๔) เพราะมี นามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ...........
จงเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่า วิญญาณในปฏิจจสมุปบาท เป็นตัวที่สร้างกายมนุษย์หรือขันธ์ 5 - นามรูป ซึ่งมีวิญญาณขันธ์อยู่ โดยตัววิญญาณในปฏิจจสมุปบาทเอง แปลงร่างลงไปเป็นขันธ์ 5 - นามรูป ซึ่งมีวิญญาณขันธ์อยู่ จะเรียกว่าเข้าสิงร่างทารก และกลายพันธุ์เป็นมนุษย์
วิญญาณในปฏิจจสมุปบาทตัวนี้เป็นวิญญาณธาตุ หรือนามกาย หรือเป็นจิตสังขารนามกาย ในพระไตรปิฏก เล่มที่ ๓๑ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๒๓ ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค
[๔๐๓] บุคคลย่อมศึกษาว่า จักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจออก
ย่อมศึกษาว่า จักเป็นผู้รู้แจ้งกองลมทั้งปวงหายใจเข้าอย่างไร ฯ
กาย ในคำว่า กาโย มี ๒ คือ นามกาย ๑ รูปกาย ๑ นามกาย
เป็นไฉน เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เป็นนามด้วย เป็นนาม
กายด้วย และท่านกล่าวจิตสังขารว่า นี้เป็นนามกาย
รูปกาย เป็นไฉน มหาภูต รูป ๔ รูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ ลมอัสสาสะปัสสาสะ นิมิตร และท่านกล่าวว่ากายสังขารที่เนื่องกัน นี้เป็นรูปกาย ฯข้อมูลเบิ้องต้น ชี้ชัดว่า
จิต คือ จิตสังขาร หรือ วิญญาณธาตุ หรือ นามกายอย่างไรก็ตาม เมื่อตอนเราตาย ขันธ์ 5 ซึ่งเป็นกายสังขาร หรือ รูปกายของเราตาย = นามรูป ที่วิวัฒนาการมาจากจิต(นามกาย, วิญญาณธาตุหรือจิตสังขาร)ดับสลายไป แต่เราก็ไม่ได้นิพพาน เพราะนามรูป
- นาม คือ สัญญาขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และ วิญญาณขันธ์ - รูปหรือกาย คือ มหาภูต รูป ๔ นามรูปมนุษย์ของเรา ดันเวียนกลับ ไปสร้าง นามกายตัวที่ 2 หรือ จิตสังขาร ตัวที่ 2 หรือ วิญญาณธาตุตัวใหม่ขึ้นมาแทนตัวเก่า
สูตรที่ ๕ มหาวรรค อภิสมยสํยุตต์ นิทาน. สํ. ๑๖/๑๒๖/๒๕๐. ตรัสแก่ภิกษุ ท. ที่เชตะวัน
ทรงค้นลูกโซ่แห่งทุกข์ ก่อนตรัสรู้
...เพราะ วิญญาณ นั่นแล มีอยู่ นามรูป จึงได้มี : เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป" ดังนี้.
ภิกษุ ท.! ความฉงนนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า "เมื่ออะไรมีอยู่หนอ วิญญาณ จึงได้มี : เพราะมีอะไรเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ" ดังนี้.
ภิกษุ ท.! ความรู้สึกอย่างยิ่งด้วยปัญญา เพราะการทำในใจโดยแยบคายได้เกิดขึ้นแก่เราว่า
"เพราะ นามรูป นั่นแล มีอยู่ วิญญาณ จึงได้มี : เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ" ดังนี้.
ภิกษุ ท.! ความรู้แจ้งนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า "วิญญาณนี้ ย่อมเวียนกลับจากนามรูป : ย่อมไม่เลยไปอื่น; ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ สัตว์โลกนี้ พึงเกิดบ้าง พึงแก่บ้าง พึงตายบ้าง พึงจุติบ้าง พึงอุบัติบ้าง : ข้อนี้ได้แก่การที่
เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ; เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูปสรุปจากเหตุผลต่างๆ จึงชี้ว่า นอกจาก วิญญาณธาตุ จะเป็นจิต แล้ว วิญญาณขันธ์ ก็เป็นจิตเหมือนกัน จิตในวิญญาณธาตุ เรียกว่า นามกาย ส่วนจิตในวิญญาณขันธ์ เรียกว่า นามรูป จิต(นามรุป)ในมนุษย์ พอตายแล้ว ก็สืบต่อไปสร้างจิต(นามกาย)ในปรโลก มันวนเวียนไปมาแบบนี้เอง จึงเรียกว่า สังสารวัฏฏ์ หรือเวียนว่ายตายเกิด