ปัญญาอ่อนเขียนว่า:
phonsak มันใช้ตรรกะเทียบเอา ด้วยความที่ว่า
นิพพานนี้ ไม่มีเกิด ไม่มีดับ ไม่มีธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ แล้วเอาไปโยงกับคำว่า อัตตา ซึ่งแปลว่าตัวตน แปลว่าเที่ยง
เลย อุปมาเอาเองว่า
นิพพาน คือ อัตตา แปลว่าเที่ยงโดยในพระไตรปิฏกก็ไม่มี ตรงไหนที่บอกว่า นิพพานคืออัตตา แต่ ในพระไตรปิฏกแต่ละบท จะมีบัญญัติที่แตกต่างกันไป ในการเทศแต่ละครั้งกับแต่ละบุคคล
phonsak ก็ไปโยงเอาว่า เป็นแบบนั้นแบบนี้
เลอะเทอะตอบปัญญาอ่อน แกล้งโง่ เจตนาจะกวนตีนอย่างเดียว คนเช่นนี้สอนไม่ได้
1. พระพุทธเจ้าให้นิยามว่า อัตตา คืออะไรใน
อนัตตลักขณะสูตร อัตตา= เที่ยง ไม่ทุกข์ ไม่แปรปรวน2. พระพุทธเจ้าตรัสชัดเจนทีี่สุดใน
พระสูตรขุทฺทกนิกาย จริยา อรรถกถาปกิณณกกถา เล่ม 74 หน้า 571ว่า ธรรมกายเป็นอัตตา3. พระพุทธเจ้าให้นิยาม นิพพานธาตุ และให้นิยาม อสังขตธาตุ ว่าเป็น
ผู้คงที่ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย ดูคำตอบที่ 21 ใน
http://www.yantip.com/board/viewthread.php?tid=14424&extra=page%3D1ตรรกะทุกชนิดที่พระพุทธองค์ตรัสบอก บ่งไปที่เดียวกันว่า
อัตตา คือ ธรรมกาย คือ อสังขตธาตุ คือนิพพานธาตุ มนุษย์และเทพย่อมคิดได้ มีแต่สัตว์นรกเท่านั้นคิดไม่ได้ เพราะสัตว์นรกโดนอวิชชาปิดบังครอบงำจิต จึงไม่เชื่อตรรกะ เชื่อแต่ทิฏฐิมานะของตนเอง คือ กูจะเอาชนะไอ้พลศักดิ์มันให้ได้ มารตนไหนจูงจมูกให้เดินไปทางไหน ก็เดินไปทางนั้น แต่พลศักดิ์เอาตรรกะ เอาพุทธพจน์มาแสดงจนหมดเปลือก กู...ผู้ที่โดนมารครอบงำไม่ไปทางของไอ้พลศักดิ์มัน
ผมขอสรุปอีกครั้งหนึ่ง
1. นิพพาน คือ จิตที่ว่าง พระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสกับพระมหากัสสปว่า
" ดูกรกัสสปะ เธอมีธรรมจักษุครรถ์อันถูกต้อง และ
นิพพานจิต ลักษณะที่แท้จริงย่อมไม่มีลักษณะ เธอพึงรักษาไว้ให้ดี "
พระพุทธเจ้าตรัสชัดๆว่า "
นิพพานจิต"ส่วน นิพพานธาตุ คือ อสังขตธาตุ คือ อายตนะนิพพาน
2.
มงคลที่ ๓๔
นิพพานะสัจฉิกิริยา เอตัมมังคะละมุตตะมัง
การกระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน เป็นอุดมมงคลพระนิพพานเป็นอสังขตธาตุ ไม่มีธาตุ ๔ คือ ดิน น้ำ ลง ไฟ ไม่มีธาตุ ๖ และ ธาตุ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ที่จะประชุมแล้วและทรงไว้ พระนิพพานเป็นอสังขตปัจจัย ไม่มีปัจจัยประชุมแต่งให้มีขึ้น
3. นิยามของ อสังขตธาตุ
http://www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=10404อสงฺขต ( อันปัจจัยไม่กระทำแล้ว , ไม่ปรุงแต่งแล้ว ) + ธาตุ ( ไม่ใช้สัตว์ ฯ. )
ธาตุที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง หมายถึง นิพพานธาตุ เพราะพระนิพพานไม่ใช่สัตว์
บุคคล ตัวตน จึงจัดเป็นธาตุชนิดหนึ่ง ( เป็นธัมมธาตุในธาตุ ๑๘ ) เป็นปรมัตถธรรม
อย่างหนึ่งที่ไม่ต้องอาศัยเหตุปัจจัยปรุงแต่ง จึงไม่เกิดไม่ดับ เป็นสภาพที่เที่ยงและเป็น
สุขอย่างยิ่ง
4. พุทธธาตุภิกขุ เรียก
อสงขตธาตุ ธาตุที่ไม่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งว่า
นิพพานธาตุ นิโรธธาตุ สุญญตาธาตุ หรือธาตุแห่งไกวัลยธรรมhttp://www.buddhadasa.com/kaival/kaival6.html"สังขตธาตุ" คือ ธาตุที่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ส่วนธาตุแห่งไกวัลยธรรม นั้น จัดเป็น
"อสังขตธาตุ" คือ ธาตุที่ไม่มีเหตุปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เป็นทั้งรูปธรรม และ นามธรรม มีชื่อเรียกว่า "นิพพานธาตุ" หรือ "นิโรธธาตุ" หรือ "สุญญตธาตุ" ได้แก่ ธาตุแห่งไกวัลยธรรม นั่นเอง อันเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ตลอดกาล แม้ว่า พระพุทธเจ้าจะเกิดขึ้น หรือ ไม่เกิดขึ้น ก็ตาม "ธาตุนั้นก็ตั้งอยู่แล้วนั่นเทียว" (ฐิตา ว สา ธาตุ)
นิพพานมิใช่เรื่องของการเข้าใจ แต่อยู่ที่การเข้าถึง อันเป็นผลจากการปฏิบัติธรรมของตนเอง เมื่อคุณปัญญาอ่อน คุณพระนาย และอีกหลายท่านไม่ปฏิบัติให้เข้าถึง จะพยามเข้าใจสิ่งนี้ด้วยความคิด จึงถูกมารครอบงำให้ไม่เข้าใจตลอด