::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 12:34:45 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขณะนี้เว็บไซต์ธรรมะคิด ได้เปิดรับสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดเพิ่มแล้วสามารถ คลิกสมัครสมาชิก ได้แล้วค่ะ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผมเชื่อว่าในโลกใบนี้ ไม่มีใครเจอผีวิญญาณและเทพมากกว่าผมแน่นอน  (อ่าน 379 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
« เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 02:08:32 AM »

ในโลกนี้คงไม่มีใครเจอ ผีวิญญาณ เปรต เทพ พรหม ผีนรก พระอรหันต์ พระพุทธเจ้า ฯลฯ มากกว่าผมแน่นอน

500 ครั้งแรกที่ผมเจอเหล่าวิญญาณ  ผมเจอประเภทผีอำ ซึ่งตอนนั้นผมก็สงสัยว่า ทำไมผมจึงเจอผีมากมายเหลือเกิน วันนึงจึงพบคำตอบ เพราะเจอพวกที่แข่งมอเตอร์ไซค์ และรถคว่ำตาย ชาวบ้านมีแต่รุมด่า แต่ผมสงสารเขา ก็เลยลองแผ่เมตตาจากสมาธิของผมออกไปให้เขา วิญญาณของสิงห์มอเตอร์ไซค์คนนั้นมาหาผม มาจับมือจับแขนแบบแสดงความขอบคุณอย่างมากๆ ตั้งแต่นั้นมาผมเลยรู้ความจริงว่า....

เหตุผลที่ผมเจอผีวิญญาณมากมาย และคนจำนวนมากเจอผี

เพราะผมและคนที่เจอผีเป็นคนมีบุญ เป็นที่พึ่งของเหล่าผีวิญญาณ เช่น ผม ผมเป็นคนชอบทำสมาธิกรรมฐานทำทุกวัน

การทำกรรมฐาน มันมีผลบุญที่ใหญ่กว่าผลบุญอื่นเกิดขึ้น ผีวิญญาณในโลกวิญญาณ เหมือนคนผลบุญมีน้อย เขาจึงต้องการให้เราแผ่เมตตา อุทิศกุศลไปให้เขา เพื่อเขาจได้อยู่สบายหน่อยในปรโลก บางทีถ้ากรรมเขาไม่หนักมาก  เขาจะเปลี่ยนภูมิจากการเป็นเปรต เป็นยักษ์ กลายเป็นเทวดานางฟ้าไปเลย  จากการแผ่เมตตาจากสมาธิออกไป

ผีวิญญาณตามโรงแรมต่างๆ เป็นพวกสัมภเวสี พวกเขาแค่มาขอส่วนบุญเท่านั้น แต่กฎสวรรค์ห้ามเขาไม่ให้พูดขอส่วนบุญกับมนุษย์ตรงๆ วิญญาณเขาก็เลยใช้วิธีการเดิมๆที่ได้ผลเสมอ คือ หลอก  เพื่อจะให้คุณทำบุญอย่างใดอย่างหนึ่งไปให้

ในชีวิตของผมเจอผีวิญญาณเทพพรหม แม้แต่พระอรหันต์และพระโพธิสัตว์มาไม่น้อยกว่า 20,000 ครั้งแน่นอน เจอจนกระทั่งพระยายมดีใจที่ผมเรียกท่านว่า "เพื่อน" พระศิวะ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ศรีอริยะเมตตรัย(พระอชิตะ) พระพุทธเจ้าของเรา พระกกุสันธะพุทธเจ้า พระติกขะคัมมะสัมมาสัมพุทธเจ้าผมก็เคยเจอ แต่ไม่อยากเล่าเรื่องเหล่านี้ ผมเขียนหนังสือประสพการณ์การท่องไปในโลกวิญญาณขายได้เป็น 10 เล่มแหละครับ เพียงแต่ขี้เกียจเขียนเท่านั้น

ใครจะถามเรื่องผี วิญญาณ เทพ พรหม อรหันต์ นิพพาน สวรรค์ พุทธเกษตร ฯลฯ กับผม เชิญได้เลยครับ?
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 06, 2012, 02:14:18 AM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 06, 2012, 04:25:04 PM »

แจ๊กซ์ถามผมตอบ

งั้นขอถามลองภูมิหน่อย
พระผู้สร้างอยู่ไหนทำไมถึงมีเมียได้ คนที่เป็นพรหมได้ต้องถือศีลพรหมจรรย์ไม่ใช่หรือครับ



ท่านเล่นละครน่ะครับ  พระศิวะกับพระอุมาเป็นจิตบริสุทธิ์ ระดับอรหันต์เป็นหนึ่งเดียวกัน  แต่แยกตัวเองออกไปเป็นอีกองค์  แล้วมาแสดงละครเป็นผัวเมียกันเพื่อขี้ให้เห็นว่า  ร่างกายกับจิตบริสุทธิ์เป็นคนละอย่างกัน  ร่างกายต้องกิน ต้องร่วมเพศ สิ่งนี้เป็นปกติของสัตว์  แต่จิตบริสุทธิ์ขั้นพุทธะ ไม่เกี่ยวพันธ์กับ  ร่างกายที่ถูกความต้องการของร่างกายบังคับให้เป็นไปเลย  

1.สวรรค์นอกจากสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นแล้วยังมีชั้นอื่นๆอีก มีชื่อว่าอะไร ไม่รวมชั้นพรหมนะ

คุณไปลองภูมิคนอื่นเถิด  ผมไม่ตอบคำถามบ้องตื้นประเภทนี้  ผมจะชี้แจงสิ่งที่คุณและคนในเว็บศาสนาต้องรู้คือ  ไม่ได้มีเพียงสวรรค์และพรหมโลก 31-32 ภูมิ แบบที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเท่านั้น  มันมีสวรรค์ของอินเดียนแดง สวรรค์ของอิสลาม สวรรค์ของคริสต์ สวรรค์ของเทพเจ้ากรีก เช่น ซูส  สวรรค์ของเทพเจ้าอียิปต์  สวรรค์ของเต๋า  ที่มีเง็กเซียนฮ่องเต้  ฯลฯ ด้วย  

นอกจากนี้ยังมี สวรรค์และพรหมโลกของมนุษย์ต่างดาว  และมีพระเจ้าของมนุษย์ต่างดาวด้วย  พระพุทธเจ้าองค์ปฐมท่านต้องการให้มีแบบนั้น  เพราะว่า อาหารยังมีอาหารจีน อาหารไทย อาหารลาว ฯลฯ ให้เลือกเลย  สวรรค์และพรหมโลกก็ต้องมีให้เลือกเหมือนกัน


2.พระอินทร์องค์ปัจจุบัน เป็นองค์ที่เท่าไร ตั้งแต่สร้างสวรรค์


ผมไม่่รู้ และไม่เคยสนใจด้วย

3.ทำไมเจ้าพ่อเฮ่งเจียจึงเป็นพระอรหันได้ทั้งๆที่อยู่ในรูปของสัตว์ไม่ใช่คน


พระมหาโพธิสััตว์กวนอิม เคยบอกผมว่า เห้งเจียตอนนี้อยู่ในสวรรค์ขั้นที่ตำ่ำกว่าท่าน 1 ชั้น  แต่ก็อย่างที่บอกไว้สวรรค์มันมีหลายแบบ  พระมหาโพธิสััตว์กวนอิม ที่เป็นกายทิพย์อยู่ในพุทธเกษตร ไม่มีเกิดแก่เจ็บตาย  แต่เห้งเจียอยู่ในสวรรค์ที่ตำกว่าท่าน 1 ชั้น  ผมก็ไม่รู้ว่าเห้งเจียเป็นพระอรหันต์หรือยัง  เพราะอรหันต์จะไม่เกิดแก่เจ็บตาย

5.ตอนนี้คนธรรมดาสามารถเห็น นาค ครุฑ มังกร  ด้วยตาเปล่ายังไง เมืองพวกเขาอยู่ทางไหน

ผมเคยเจอแต่นาค และยักษ์  ส่วนครุฑ มังกรผมไม่เคยเจอ  การจะเห็นครุฑ มังกรนาค  แม้กระทั่งผีหรือเปรตได้  พวกนี้ต้องการปรากฏร่างให้เห็น  และสวรรค์ต้ออนุญาตด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 07, 2012, 04:26:20 PM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 08, 2012, 02:34:16 PM »

จิตที่สงบ เขียน:

ขอถามเพิ่มเติมค่ะ
คือหนูรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยมีสมาธิเลย
จิตวอกแวกตลอดเวลา
เวลาทำสมาธิก็ทำได้ไม่เกิน 3 นาที
หนูควรจะทำอย่างไรดีค่ะ

การแผ่เมตตาจะแผ่อย่างไรให้ดีค๊ะ



สมาธิต้องฝึกไปเรื่อยๆ  แล้วใจจะค่อยๆสงบ ไม่วอกแวกเอง  คนที่ทำสมาธิแล้วใจไม่วอกแวก เป็นคนที่ทำสมาธิมานานแล้ว  หรือไม่ก็เป็นผลจากอดีตชาติของเขาทำมาดี

ผมแผ่เมตตาตอนที่กำลังจะเสร็จจากการทำสมาธิ   ในกรณีของคุณ  ควรแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรของคุณ  โดยระบุในจิตไปเลยว่า เจ้ากรรมนายเวรท่านใดกำลังรบกวนสมาธิคุณอยู่  ขอให้มารับผลบุญจากการแผ่เมตตาครั้งนี้ด้วย  และก็ขออโหสิกรรมที่ทำบาปกรรมกับเขาไว้ในอดีตชาติ หรือในอดีต

แต่เนื่องจากเจ้ากรรมนายเวรมีเยอะมาก  คุณก็ต้องแผ่เมตตาให้พวกเขาไปทุกครั้งที่ทำสมาธิ  แล้วจิตคุณจะลดการวอกแวกเอง เพราะการที่จิตวอกแวก เป็นผลมาจากเจ้ากรรมนายเวรมาเตือนให้ใช้หนี้กรรมเขา

ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องใช้บทแผ่เมตตาใดๆทั้งนั้น   ผมจะบอกความลับของฟ้าให้คุณรู้นะครับ  

เมื่อคุณแผ่เมตตาออกไปให้ใคร จะมีแสงแห่งเมตตาที่มีหน้าคุณหรือตัวคุณอยู่ในแสงนั้น  วิญญาณดวงนั้นก็จะมาเก็บเอาแสงนั้นไปใช้ ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นในปรโลก  พลังแสงนั้นเปรียบเหมือนปัจจัย 4 หรือเงิน

ถ้าคุณแผ่เมตตาตามบทสวดมนต์ของพระ  จะมีวิญญาณมากมายเข้ามาแย่งเก็บเอาพลังแสง ที่เปรียบเหมือนปัจจัย 4 หรือเงิน แสงของคุณมีน้อยมาก  อาจจะเทียบกับเงิน 100 บาท ให้แค่ 1 คนก็พอแล้ว  แต่นี่ให้ 1 ล้านคน วิญญาณแต่ละดวงก็จะได้แค่ 0.001 สต.

13-15 ปีก่อน  ผมแผ่เมตตาให้วิญญาณแม่ลูกคู่หนึ่งที่จมน้ำตาย  วิญญาณแม่ไปเกิดเลยจากการแผ่เมตตา 1 ครั้งของผม  ส่วนวิญญาณเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 8 ขวบ ยังไปเกิดไม่ได้  วิญญาณแม่จึงทิ้งวิญญาณเด็กลูกของเธอไว้กับผม   ผมต้องแผ่เมตตาอีก 6 ครั้ง จึงมีนางฟ้า(น่าจะเป็นชั้นดาวดึงส์)นำเด็กคนนั้นไปเลี้ยง....นั่นเป็นช่วงที่สมาธิผมยังไม่แน่น ยังวอกแวกอยู่

ในช่วงที่เกิดพายุนาร์กีสในพม่า ฆ่าคนไปเป็นแสนคนเมื่อ 4 ปีก่อน  ผมนั่งกรรมฐาน(สมาธิ)เห็นในจิตว่า มีดวงวิญญาณมากมายเหลือเกินมาหาผมเพื่อขอส่วนบุญจากสมาธิของผม  แต่เนื่องจากดวงวิญญาณมันเยอะเหลือเกิน  ผมจะช่วยหมดในครั้งเดียวคงไม่ไหว  เลยบอกพวกเขาไปว่า ให้มาครั้งละเท่ากับพลังแสงแห่งการแผ่เมตตาของผมก็แล้วกัน  ผมจำได้ว่า  ผมต้องนั่งสมาธิแผ่เมตตาไป 4 วัน วันละ 2 เที่ยว = 8 ครั้ง  

ถ้าเหล่าวิญญาณที่ตายจากพายุนาร์กีสในพม่ามาหาผม  สมมุติ 40,000 ดวง เท่ากับพลังแสงแห่งการแผ่เมตตาของผมครั้งหนึ่งช่วยได้ 5000 ดวง

แต่เมื่อปีที่แล้ว  ผมไปสำรวจอ้อย  ไปพักที่อุดร  ตอนเข้าไปในโรงแรม ก็รู้ทันทีเลยว่า โรงแรมนั้นมีผีสิงอยู่   แต่ผมเลิกกลัวผีนานแล้ว  ก่อนนอนเลยทำสมาธิประมาณ 40 นาที แผ่เมตตาออกไป   แต่ถ้าผมจะให้ผลบุญจากสมาธิของผม  ซึ่งตอนนี้มีพลังมหาศาลมาก จะให้กับดวงวิญญาณแค่ในโรงแรม ซึ่งมีไม่กี่ดวง  ถือเป็นการเสียพลังจิตไปเปล่าๆ  ผมเลยแผ่เมตตาระบุว่า  ให้ผลบุญของผมถึงดวงวิญญาณในจังหวัดอุดรทั้งหมด

พอผมเข้านอน กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น  มีเทวดาเจ้าที่ของโรงแรมมาหาผม  มาบอกผมว่า  "ท่านครับ มีดวงวิญญาณมากมายมาหา  เพื่อจะมาขอบคุณท่าน"
ผมก็ถามเทวดาเจ้าที่ไปว่า "มีกี่ดวง"
สักพักเทวดาก็กลับมา บอกว่า "ประมาณ 200,000 ดวง"

เอ้า!  ผมเล่าแค่นี้ก็พอนะครับ  เดี๋ยวจะยาวเกิน

...................................................


คุณพลศักดิ์หมายความว่าบทสวดแผ่เมตตาของพระมันกว้างเกินไปใช่ไหมครับ ถ้าแผ่เมตตาแบบเจาะจงเค้าจะได้เต็มๆ กว่าใช่ไหมครับ


แม่นแล้ว!!!   แผ่ไปไม่มีประมาณนั้น  น่าจะใช้กับพระที่บรรลุโสดาไปแล้ว   แต่คนธรรมดา  เอาเฉพาะแค่เจ้ากรรมนายเวรเฉพาะเรื่องของตนก็มีมากมายเหลือคณาแล้ว 

ถ้าทำจิตได้ถึงขั้นไม่วอกแวกแล้วนั่นแหละ  แสดงว่าเจ้ากรรมนายเวรเฉพาะตัวของเราหมดแล้วหรือใกล้หมดแล้ว  คราวนี้ก็ใช้บทแผ่เมตตาของพระได้เลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2012, 05:33:12 PM โดย phonsak » บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 08, 2012, 05:01:53 PM »

1. แล้วทำอย่างไรถึงเป็นได้แบบคุณ แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปครับ???

มันก็แค่ผมตื่นจากความฝันเบื้องต้นก่อนคุณเท่านั้น  โคตมะพระพุทธเจ้าตื่นก่อนผมแล้วตื่นเต็มที่ด้วย  พระโพธิสัตว์กวนอิมปางประทานพรก็ตื่นก่อนโคตมะพระพุทธเจ้า  และมันก็มีผู้ตื่นก่อนหน้านี้มากแล้ว  พระพุทธเจ้าของเราตื่นเต็มที่เป็นคนที่ 4  พระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้าจะตื่นเต็มที่เป็นคนที่ 5 ในภัทรกัปป์นี้

พระศรีอริยะเมตตรัยโพธิสัตว์ และ พระกกุสันธะพุทธเจ้า บอกผมว่า  ผมจะเป็นพระ..องค์ที่ 6 ต่อจากพระศรีอริยะเมตตรัยพุทธเจ้า
 
2. นิพพานเป็น ยังไง? สวรรค์ดุสิตหน้าตาเป็นไงครับ พระศิวะ พระพิคเนศ คือใครทําบุญอะไรมาถึงมีคนนับถือมากมาย ?

สวรรค์ดุสิตน่าจะเป็นที่เดียวกับพุทธเกษตรดุสิต  เป็นที่สถิตของเทพพรหมผู้มีความรู้ โดยเฉพาะยังเป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์ และผู้ที่จะมาประสูติและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล ดังนั้นสวรรค์ดุสิต แดนพุทธเกษตรดุสิตจึงเป็นแดนพระโพธิสัตว์นั่นเอง

แต่มันก็มีสวรรค์ชั้นดุสิตธรรมดาเหมือนกัน  สำหรับผู้ที่ยังไม่เข้าถึงธรรม  น่าจะเป็นการcopyจากสวรรค์ดุสิตหรือแดนพุทธเกษตรดุสิตที่เป็นแดนพระโพธิสัตว์  แต่เรื่องนี้ผมยังไม่แน่ใจ  ไว้จะเรียนถามเจ้าแม่กวนอิม หรือพระอรหันต์สมัยพุทธกาลองค์หนึ่งที่มาหาผมประจำดู

อนึ่ง...พุทธเกษตรนี้คือ แดนนิพพาน  แดนนิพพานหรือเมืองพระนิพพานของโคตมะพุทธเจ้า คือ พุทธเกษตรของพระศากยมุนี  หรือที่อยู่ของพระธรรมกายหรือกายธรรม(อายตนะนิพพาน)ที่เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าองค์นั้น  ส่วนนิพพานเป็นจิตที่ว่าง ที่เรียกว่า มหาสุญญตา  น่าจะเป็นตัวเดียวกับนิโรธ

พระศิวะ คือ พระพุทธเจ้าองค์ปฐมที่ไม่ได้เป็นมนุษย์    บางครั้งท่านก็เล่นบนบาทเป็นเง็กเซียน  บางครั้งก็เป็นอัลเลาะห์ ยะโฮวา ในเว็บนี้ก็เรียกท่านว่า พระวิสุทธิพุทธบรมบิดา   

พระพุทธเจ้าที่เป็นมนุษย์ทุกพระองค์ล้วนเป็นอวตารของพระพุทธเจ้าองค์ปฐมที่ไม่ได้เป็นมนุษย์ทั้งสิ้น 

พระพิฆเนศ ก็เหมือนกับ พระเยซู  เป็นอรหันต์  ที่เรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า  ต่างกันตรงที่พระเยซูมาเกิดเป็นมนุษย์  พระพิฆเนศไม่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์

พระศิวะ พระพิฆเนศ  ไม่ต้องทำบุญอะไรหรอกครับ  พวกท่านเป็นผู้กำหนดว่า อะไรเป็นบุญ อะไรเป็นบาป


3. ผมอยากรู้มานานแล้วว่า จักรวาล อนันตจักรวาล แท้จริงแล้วอยู่ในอะไร แล้วอย่าตอบน่ะว่าอยู่ในโลกธาตุ หรืออยู่ในกิเลสสังสารวัฏ

จักรวาล อนันตจักรวาล สวรรค์ นรก โลกธาตุต่างๆ ล้วนอยู่ในภวังค์จิต หรือ จิตใต้สำนึกของเรา  ภวังค์จิตจึงเป็นประตูลับทะลุจักรวาลเลยครับ   

พระพุทธเจ้านั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ  แต่ท่านรู้ไปหมดทุกเรื่อง  ไม่ว่าจะเรื่องจักรวาล อนันตจักรวาล สวรรค์ นรก โลกธาตุต่างๆ   ท่านไปรู้มาจากไหนล่ะ...ก็รู้มาจากภวังค์จิต หรือ จิตใต้สำนึกของท่านน่ะซิ


เข้าใจไหมครับ...คุณ ผม และพวกเราทุกคน เป็นพระเจ้า(อรหันต์)  พวกเรากำลังฝันอยู่เพราะอำนาจของกิเลสพาไป  พระพุทธองค์เตือนเราอยู่เสมอในคำบริกรรมพุทโธ = ตืนเถิด รู้ตัวเถิด ว่าเรากำลังฝันอยู่เพราะกิเลสอวิชชานำไป

4. ถ้าทำได้ขนานนั้นแล้ว จะมาบอกทำไมครับ บอกแล้วได้ประโยชน์อะไร สู้เอาความสามารถนี้ไปช่วยสัตว์ที่บุญกุศลยังน้อยอยู่ไม่ดีกว่าหราครับ

ต้องมาบอกซิครับ  เพราะพุทธศาสนาของเราปัจจุบันเป็นสัทธรรมปฏิรูป  เป็นของปลอมไปหมดแล้ว  อีกอย่างคุณรู้น้อยนัก  วิญญาณไม่รู้กี่ร้อยล้านดวงที่ผมช่วยไปแล้ว
บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #4 เมื่อ: มกราคม 10, 2012, 08:09:28 PM »

คุณไฟ ถาม: ถ้าเคยเจอพระพรหม  พระนารายณ์  จริงๆๆๆ ...

ผมเคยเจอพระกฤษธะ  เคยเจอพระพรหมที่ประจำอยู่ที่โรงแรมแกรมไฮเอตเอรวัณ - ท่านเป็นคนไทย   ไม่ใช่พรหมฮินดูที่เป็นผู้สร้างโลก  ส่วนพระศิวะผมเพิ่งเจอสัปดาห์ก่อน  เนื่องจากผมลองเปลี่ยนคำบริกรรมเป็นโอมนะมัชศิวะ 

พระพุทธเจ้าเคยมาให้พรผม เพราะผมบริกรรม "พุทโธ สังโฆ ธัมโม"  ตามที่เจ้าแม่กวนอิมบอกผมว่า พรตาทิพย์ที่เธอต้องการ  ถ้าเธอปกิบัติให้ถึงระดับไม่ได้  มีแต่พระเจ้าเท่านั้นจึงจะให้พรตาทิพย์แก่เธอได้  แล้วผมรู้ว่า พระพุทธเจ้า นั่นแหละคือ พระเจ้า  เลยลองบริกรรมขอพรนี้ดู ท่านเลยให้พรมา  แต่ดูได้แค่เรื่องเดียว  เพราะผมบริกรรมไม่มากพอ

วันหลังผมเลยเปลี่ยนไปขอพรจากพระศิวะบ้าง  เพราะท่านก็เป็นพระเจ้าเช่นกัน  แล้วท่านก็ลงมาให้พรจริงๆ

วันหลังผมจะลองบริกรรมถึงอัลเลาะห์ และเง็กเซียนบ้าง  เพราะพวกท่านเป็นองค์เดียวกับพระศิวะ พระพุทธเจ้า คือเป็นพระเจ้า = จิตมหาบริสุทธิ์ หรือนิพพานจิต  GOD เพียงแต่กระจายตัวเองไปตามศาสนาต่างๆเท่านั้น
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm 87.5 ลำปาง โรงพิมพ์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!