::>Dhammakid.คอม : มหานครธรรมะสำหรับคนรุ่นใหม่
พฤษภาคม 18, 2012, 12:26:12 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ขณะนี้เว็บไซต์ธรรมะคิด ได้เปิดรับสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดเพิ่มแล้วสามารถ คลิกสมัครสมาชิก ได้แล้วค่ะ
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  


หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิพพานเป็นอัตตา พวกที่เชื่อว่า นิพพานเป็นอนัตตา กลับบ้านเก่าของมารได้แล้ว  (อ่าน 410 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
phonsak
« เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 01:57:06 AM »

ถามพวกที่เชื่อว่า นิพพานเป็นอนัตตาว่า  ถ้านิพพานเป็นอนัตตา  แล้วเราจะเข้านิพพานไปหาพระแสงของ้าวอะไรวะ


ขออนุญาต เตือนเจ้าของเว็ปพุทธศาสนาต่างๆว่า:

การที่ปล่อยให้ลัทธิอุบาศน์ ที่สอนโดยพวกที่ไม่มีความรู้ทางธรรมะเลย  มาบอกว่า นิพพานเป็นอนัตตา  เป็นการลบหลู่คำตรัสสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนว่า  นิพพานเป็นอัตตา  และธรรมกายเป็นอัตตา และเป็นอายตนะนิพพาน นอกจากนี้  ยังเป็นการดูแคลนคำยืนยันของพระอรหันต์ต่างๆที่บอกว่า นิพพานเป็นอัตตา 

การปล่อยให้มารพวกนี้มาโพสท์บิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า  ไปสอนผิดๆว่า นิพพานเป็นอนััตตา = ทำสัทธรรมปฏิรูป ทำของปลอมให้เกิดแก่พระพุทธศาสนา

ถามพวกมารที่สอนว่านิพพานเป็นอนัตตา....ง่ายๆว่า :

  อนัตตลักขณะสูตร อนัตตาคือไม่เที่ยง(อนิจจัง) เป็นทุกข์ใช่หรือไม่

ถ้านิพพานเป็นอนัตตา  นิพพานก็ไม่เที่ยง(อนิจจัง) ยังมีทุกข์อยู่  แล้วจะเข้านิพพานไปหาพระแสงของ้าวอะไรวะ   เราเป็นอยู่อย่างตอนนี้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย สุขบ้าง ทุกข์บ้าง =  เราอยู่ในนิพพานแล้วนิน่า

...........................................

1. จากหลักฐานที่ หลวงตามหาบัวพูดไว้ วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 แรม 3 ค่ำ เหลืออยู่ในgoogleแค่นี้

พระนิพพาน เป็นอัตตา ไม่สูญ “หลวงตามหาบัว” พระนักปฏิบัติพูดชัด เป็นอัตตาไม่น่าจะผิด แต่ไม่ได้หมายถึง “อัตตา” ที่เป็นคู่กับ “อนัตตา”

ย้ำ! พระนิพพาน เป็นอัตตา ไม่สูญ “หลวงตามหาบัว” พระนักปฏิบัติพูดชัด เป็นอัตตาไม่น่าจะผิด แต่ไม่ได้หมายถึง “อัตตา” ที่เป็นคู่กับ “อนัตตา”

2.  สมเด็จพระสังฆราช อริยวงศาคตญาณ (แพ ติสูรเทโว)

"สัตว์โลกยังมีอวิชชาจะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เว้นเมื่อเข้าถึงอสังขตธาตุได้ความบริสุทธ์เป็นนิพพาน จะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาทันที แล้วจะเห็นว่าพระนิพพานเป็นอัตตา"

3.  หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต

" สูญในพระนิพพานมีขอบเขต สูญจากกิเลสเท่านั้น รสของพระนิพพานมีอยู่ พระนิพพาน ไม่เกิดไม่ดับไปไหน เป็นอนัตตาธรรม เราจะเอาพระนิพพานมาเป็นอนัตตา เหมือนขันธ์ ๕ และกิเลสทั้งหลายมันก็ไม่ถูก เรียกว่าแยกอนัตตาธรรมไม่ถูก



อนัตตาธรรม มี 2 อย่าง

1. ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่เป็นอมตะ = อนัตตา หรือขันธ์ 5(กายมนุษย์ สตว์ และกายเปรต เทวดา พรหม)

2. เที่ยง ไม่ทุกข์  เป็นอมตะ   = อัตตา หรือธรรมขันธ์ (กายธรรม หรือธรรมกาย หรืออายตนะนิพพาน)
บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 07:19:02 PM »

คุณthaiPureและคุณfreestyleครับ


ถึงพวกคุณหรือผมจะเอาหลักฐานในพระไตรปิฎกอะไรมายืนยัน  คุณปัญญาอ่อนเขาไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้นล่ะครับ  แม้พระพุทธเจ้าลงมาสอนเขาโดยตรง ก็อาจจะสอนไม่ได้   เพราะคนเรามีกรรมเป็นของตน  คุณปัญญาอ่อนเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็นมาก  เช่นเดียวกับคุณนราทิพย์  คุณพระนาย  และคุณocto  แต่เพราะพวกเขาก่อกรรมทำเข็ญ ด้วยการกวนตีนผู้รู้ธรรมมากกว่าเขา...เป็นว่าเล่น  ทำให้ฟ้าปิดจิตของเขาไม่ให้เข้าใจ basicง่ายๆคือ

- ยึดตัวตนมนุษย์(คือ ยึดขันธ์ 5  =ยึดอัตตาอุปทาน หรือยึดอัตตาทิฏฐิ)  ตัวตนมนุษย์ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นคนละตัวกับ ตัวตนที่เป็นธรรมกาย ที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย

- ตัวตนที่เป็นธรรมกาย  จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อไม่ยึดตัวตน ที่เป็นขันธ์ 5 (กายมนุษย์)  เพราะตัวตนที่เป็นขันธ์ 5 เป็นตัวตน(อัตตาอุปทาน หรืออัตตาทิฏฐิ) หรือเป็นอนัตตา

มหายานเขาเรียกผู้ปฏิบัติที่ทำได้จริง จนรู้ว่าขันธ์ 5 (กายมนุษย์) เป็นอนัตตาหรือเป็นศูนยตา = เห็น บุคคลศูนยตา แล้ว  เห็นขันธ์ 5 (กายมนุษย์)เป็นมายาลวงแล้ว=เป็นอรหันต์   เมื่อเขาตายไป เขาจึงจะได้ธรรมกายที่เป็นอมตะ เทียง ไม่มีทุกข์ จะอยู่โดยมีรูปหรือไม่มีรูปก็ได้

สรุป

สิ่งที่ผมอธิบายมาข้างต้น  ตรงกับที่ สมเด็จพระสังฆราช อริยวงศาคตญาณ (แพ ติสูรเทโว)เทศน์ว่า

"สัตว์โลกยังมีอวิชชาจะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอัตตา เว้นเมื่อเข้าถึงอสังขตธาตุได้ความบริสุทธ์เป็นนิพพาน จะเข้าใจว่าขันธ์ ๕ เป็นอนัตตาทันที แล้วจะเห็นว่าพระนิพพานเป็นอัตตา"

ต้องปล่อยพวกที่เชื่อว่านิพพานเป็นอนัตตาไป  เพราะเขาไม่เคยอ่านความหมายของคำว่า "อนัตตา และอัตตา" ในอนัตตลักขณสูตร
บันทึกการเข้า
phonsak
« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 27, 2011, 09:34:31 PM »

octo เขียน:  ใครบอกครับว่า อนัตตาเป็นทุกข์ และไม่เที่ยง (สำนักธรรมกายสอนมาหรือ)
แค่เรื่อง อนัตตายังไม่รู้เรื่อง ทะลึ่งอวดเก่งไปแสดงความง่าว เรื่องนิพพาน น่าอายที่สุด...

ตอบ

พระพุทธเจ้าเป็นผู้ตรัสบอกครับ  ไม่รู้มึงมาเพื่อทำลายศาสนาพุทธโดยตรงเลยใช่ไหม มึงถึงไม่รู้เื่่รื่องนี้

ในอนัตตลักขณสูตรนั้น พระพุทธองค์ให้นิยามคำว่า "อัตตา" ไว้ชัดเจน

" ดูกรภิกษุทั้งหลาย....

ถ้ารูป (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) นี้จักได้เป็นอัตตาแล้ว รูป (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) นี้ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในรูป (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)ว่า รูป (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ของเราจงเป็นอย่างนี้เถิด รูป....ของเราอย่าได้เป็นอย่างนั้นเลย "

จากท่อนจบที่พระพุทธเจ้าถามปัญจวัคคีย์

ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตน(อัตตา)ของเรา?

ป. ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า. = อนัตตา

สรุป

ถ้ามีรูป (เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) ใด ที่ไม่พึงเป็นไปเพื่ออาพาธ และบุคคลพึงได้ในสิ่งนั้นว่า ขอให้มันเป็นอย่างนั้นเถิด อย่าเป็นอย่างนี้เลย สิ่งนั้นก็เป็น "อัตตา"

สรุป

พระพุทธเจ้าตรัสออกชัดเจนอย่างนี้แล้วว่า  สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา = อนัตตา  แต่ootoบอกว่า:

ใครบอกครับว่า อนัตตาเป็นทุกข์ และไม่เที่ยง (สำนักธรรมกายสอนมาหรือ)
แค่เรื่อง อนัตตายังไม่รู้เรื่อง ทะลึ่งอวดเก่งไปแสดงความง่าว เรื่องนิพพาน น่าอายที่สุด..

พระพุทธเจ้าเป็นผู้...น่าอายที่สุด...ในสายตาของศาสดาลัทธิอุบาศน์ของocto แล้วหรือนี่
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Boxfm 87.5 ลำปาง โรงพิมพ์
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!